ได้อย่างเสียอย่าง
posted on 16 Nov 2011 11:18 by bzrockได้อย่างเสียอย่าง
แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า มองผ่านหน้าต่างได้ไม่นาน ต่างคนต่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องๆหนึ่ง
“เอาละพวกเรา ปิดเล่ม ” เฮ !!!!!!!
เสียงเฮลั่นสำนักพิมพ์ทันทีที่สิ้นสุดปลายเสียงของท่านบรรณาธิการ เสียงนี้เป็นสัญญาณอันดีกับทีมงานนิตยสาร Radioactive Magazine ทุกคนรวมทั้งตัวผม แต่พิเศษหน่อยเพราะวันนี้ผมจะได้เดินทางกลับบ้าน
ผมเคลียร์งานที่เหลือและล่ำลาเพื่อร่วมงาน จากนั้นก็รีบกลับห้องพักเพื่อจัดเตรียมกระเป๋าสัมภาระต่างๆ แล้วปรี่ไปยังหัวลำโพง
“ ท่านผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกับรถด่วนขบวน 69 กรุงเทพ สถานีปลายทางหนองคาย รถจะเทียบในชานชาลาที่ 3 ”
ผมอยู่บนรถไฟเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนที่เสียงของเจ้าหน้าที่จะดังขึ้นซะอีก รถไฟไทยยังคงความเชื่องช้าเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่ไม่หาย หลายๆคนที่ใช้บริการรถไฟคงมีประสบการณ์ที่ต่างกันไป ไม่นานเสียงลั่นระฆังดัง เป็นสัญญาณให้รถออก รถไฟออกแล้ว ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก …. ผมรู้สึกดีมากที่ได้ยินเสียงนี้ เพราะมันเป็นเสียงที่ผมจะได้ยินไปตลอดจนผมถึงบ้าน และที่สำคัญผมจะได้ยินเสียงนี้ไม่บ่อยนัก อาจจะครึ่งปีครั้งก็เป็นได้ ผมเลยหลงรักมันเข้าเต็มเปา
อรุณเบิกฟ้ายามเช้า ผมยังสะลึมสะลือ ไม่นานดวงตาก็สว่างจ้า สมองปลอดโปร่ง เพราะเมื่อคืนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มมาตลอดทั้งคืน มองไปรอบๆเห็นชาวต่างชาติหลายคนตื่นก่อนผมได้ซักพักแล้ว
6 โมงเช้า กับลมเย็นโกรกเข้าใบหน้า พลางให้คิดเรื่อยเปื่อยไปไกล คนไทยนี่ก็แปลก รถไฟชั้น 2 ปรับอากาศนี้น่าจะเป็นชาวต่างชาติที่นิยมใช้บริการมากกว่า แต่กลับเป็นชาวไทยที่นอนกันเต็มโบกี้ ผมโดยสารมากับตู้นอนธรรมดา มีพัดลมแก่ๆ 5 ตัว คอยพัดความเย็นที่ค่อนข้างจะออกไปทางอุ่นมากกว่าให้ผู้โดยสาร
ผมสั่งกาแฟกับเจ้าหน้าที่ตู้เสบียงหน้าตาสดใสที่เดินถือกระติกน้ำร้อน ผ่านมาพร้อมกับเสียง “ กาแฟร้อนครับ กาแฟครับ กาแฟ ” คำพูดที่สั้นลงเรื่อยๆ มองดูเหมือนขี้เกียจขาย แต่เขาอาจจะเกรงใจเพราะมีผู้โดยบางคนยังไม่ตื่นด้วย ไม่นานเขาก็ยื่นกาแฟในแก้วกระดาษแลกกับเงิน 25 บาท แล้วเดินจากไป ผมจิบกาแฟแล้วเดินไปยังช่วงเชื่อมต่อระหว่างโบกี้ แล้วนั่งลงตรงบันไดทางขึ้น นั่งดูต้นหญ้า วัว ควาย เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่ากำลังเดินทางเข้าสู่ภาคอีสาน
ผมหยิบหูฟัง iPod ขึ้นมาเสียบที่หูทั้งสองข้างแล้วเลือกเพลงในครื่อง “ Take me home country road Country roads, take me home To the place I belong West Virginia, mountain mama Take me home, country roads ”
เสียงเพลงจากศิลปินผู้ล่วงลับ John Denver ยังคงสวยงามสำหรับผมเสมอ ผมไม่รู้คำแปลของเพลงนี้ซะทีเดียว แต่พ่อของผมเปิดให้ฟังจนติดหูมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกับความหมายที่รู้เพียงแค่ว่า กลับบ้านเรา
8 โมงเช้าแล้ว เป็นเวลาในกำหนดที่รถไฟจะถึงจังหวัดหนองคาย แต่รถเพิ่งจะถึงจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นสถานีก่อนที่จะถึงจังหวัดหนองคาย ผมเห็นผู้โดยสารชาวไทยหลายคนไม่พอใจ ต่างต่อว่าผ่านเจ้าหน้าที่เสบียงหรือตำรวจรถไฟที่ไม่ได้ขับรถไฟ บ้างก็ว่าช้า บ้างก็ว่าบริการห่วยบ้าง บางครั้งเราตีโพยตีพายไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย สู้ไม่รู้ไม่ชี้แบบชาวต่างชาติดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ
รถไฟไทยเรารู้กันอยู่ ผมไม่คาดหวังอะไรมาก ผมแค่ฝากตัวไว้กับเสียงเพลงและรถไฟ แต่หัวใจนั้นมารอรับตัวเราที่สถานี 9 โมงครึ่ง เสียงล้อรถไฟค่อยๆลดการเสียดทานกับรางเหล็กจนรถหยุดสนิท ผู้โดยสารทยอยลงจากรถ และมุ่งสู่จุดหมายต่อไปที่แตกต่างกัน ญาติพี่น้องโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจที่คนที่รักกลับมาหา เป็นบรรยากาศที่แสนอบอุ่นเสียจริงๆ
“ ถึงแล้วเหรอลูก ” เสียงจากแม่ผมที่พูดออกมาทันทีเมื่อเห็นหน้าของผม ผมถึงบ้านแล้ว
ผมไม่รอช้าวิ่งเข้ากอดแม่ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ที่สวนด้วยความคิดถึงก่อนที่ผมจะได้สวัสดีท่านเสียอีก เรา ถามไถ่สารทุกข์ สุขดิบกัน เป็นความรู้สึกที่ผมหาไม่ได้ในสังคมเมืองใหญ่ที่ไม่มีใครมาคอยถามเรา เป็นอย่างที่เขาว่ากันจริงๆครับว่า “ไม่มีที่ไหนสุขใจ เท่าบ้านของเรา” ผมใช้เวลาช่วงเช้ากินข้าวมื้อแรกกับครอบครัว และพักผ่อนที่บ้านอย่างมีความสุข
จังหวัดหนองคาย ซ้ายสุดของภาคอีสาน เป็นเมืองเล็กๆติดแม่น้ำโขงที่กั้นคนที่พูดจาสำเนียงคล้ายกัน แต่เพียงต่างกันที่สัญชาติเท่านั้น คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เราไปมาหาสู่กันโดยใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือที่คนลาวเรียกว่า ขัวมิตรภาพไทย-ลาว (ขัว = สะพาน) เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาตลอด หนองคายในตาผมนั้น เป็นภาพสีน้ำ รอยตวัดของปลายพู่กันนั้นคือความดิบและเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก ท้องฟ้า แสงแดด แม่น้ำ หาดทราย ผู้คน ทุกอย่างเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นปกติ
พลบค่ำ แสงจันทร์ ควบคุมหลอดไฟสีส้มตามริมถนน วัยรุ่นจับกลุ่มกันสังสรรค์ตามร้านนมสดนั่งพื้น บรรยากาศแสนสบายริมฝั่งแม่น้ำโขง คืนนี้ผมนัดพบกับเพื่อนสนิท 3 คนที่ร้านเหล้าประจำ ไม่นานเราก็พบกัน เสียงจากโต๊ะผมก็ดังลั่นร้านตามประสาคนไม่เจอกันนานแรมปี เราสนุกเพลินไปกับการพูดคุย เบียร์และดนตรีสดที่บรรเลงเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง
คืนนั้นเรานั่งคุยกันจนร้านปิด เห็นชาวต่างชาติหลายคนสนุกไม่น้อยหน้าพวกเรา เงินดอลล่าร์ที่สามารถซื้อทุกสิ่งในบ้านเราได้อย่างง่ายดาย สามารถดื่มเบียร์ได้ราวกับซื้อน้ำอัดลม พร้อมกับหญิงสาวนั่งดริ๊งค์ เมื่อร้านปิด เราต่างแยกย้าย ผมยังไม่อยากกลับบ้านเลยสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนต่ออีก
ซักหน่อย คุณปู่ Honda CD-70 พาผมชมเมืองหนองคายยามค่ำคืน ที่ยังเหมือนเดิมราวกับสมัยที่คุณปู่ Honda ยังเป็นหนุ่มๆอยู่ ค่ำคืนอันเงียบสงัด เป็นเวลาที่ทุกคนอยู่ในความฝัน เช่นเดียวกับตัวผม ที่แม้จะ ยังไม่หลับ แต่แปลกที่ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันจริงๆ
แต่แล้วก็มีบางอย่างปลุกผมให้ตื่นจากฝันตอนนั้น
… พี่ พี่ พี่ หนู .. .. .. . !
เป็นเสียงของหญิงสาว ที่เหมือนจะเป็นการขอความช่วยเหลือ ผมจอดรถแล้วดับเครื่องยนต์เพื่อฟังเสียงให้ถนัดขึ้น ไม่นานผมก็พบที่มาของเสียง ผมวิ่งปรี่ตามเสียงไปด้วยใจระทึก
มึง ขัดขืนหรือไง มึงเก่งมากนักนะ คินนี้มึงเจอกูแน่… ตุ๊บ !!
เสียงดังออกมาจากตรอกเล็กๆ ผมเข้าไปแอบๆ ดู แล้วพบกับภาพหญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะถูกชายคนหนึ่ง กระทำชำเรา ผมเห็นดังนั้นไม่รอช้า รีบเข้าไปช่วยเธอออกมา ผมสู้กับชายคนนั้นอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งเขาสลบไป เนื่องจากเมาเหล้าอยู่แล้ว
ผมตกใจมากทีเดียว และต้องตกใจอย่างถึงขีดสุด เมื่อพบว่าเธอคือ แก้ว แฟนเก่าของผม ที่เพิ่งแยกทางกันไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมควบคุมสติแทบไม่อยู่ แต่สิ่งที่ควรทำที่สุดตอนนี้ คือ พาเธอไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
คืนนั้น ผมไม่มีกระจิตกระใจที่จะกลับบ้าน หลังจากที่ส่งเธอถึงมือหมอ อาการเธอค่อนข้างแย่ ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
6 โมงเช้า พยาบาลมาสะกิดไหล่ผม ปลุกให้ผมตื่นมารับฟังผลการตรวจ
“เป็นญาติของคนไข้หรือเปล่าคะ” พยาบาลถามผม
“อ๋อ จริงๆแล้วไม่ครับ เป็น เพื่อน ครับ คุณพยาบาลว่าไงครับ” ผมตอบ
“ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองเล็กน้อย อาจจะจำเรื่องราวในอดีตได้ไม่ครบถ้วน ”
สิ้นสุดพยางค์สุดท้ายที่ออกจากปากของพยาบาล ทำให้ผมรู้สึกดีที่แก้วปลอดภัย แต่กลับรู้สึกแย่ที่แก้วไม่สมบูรณ์ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นในเวลาที่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไปได้สวย และไม่นานข่าวนี้ก็ไปถึงครอบครับเธอที่อยู่ต่างประเทศ ผมเองได้รับมอบหมายจากพ่อของแก้วให้ดูแลเธออีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ทำหน้าที่นี้มานานกว่า 2 ปี
ผมทำทุกอย่างที่ควรจะทำ ในช่วงเวลาตอนนั้น ภาพวันเกิดเหตุยังสะเทือนใจผม ลึกๆในจิตใจคิดน้อยใจและเจ็บใจตัวเอง ถ้าหากเจอแก้วเร็วกว่านี้ มันอาจจะไม่แย่ขนาดนี้ก็ได้ แต่ความจริงตอนนี้ คือต้องดูแลให้เธอกลับมาเป็นแก้วคนเดิมให้ได้อย่างดีที่สุด
คืนหนึ่ง เสียงเรียกของแก้วดังขึ้น ชัดขึ้น ชัดขึ้นเรื่อยๆ จนผมจับใจความได้ว่าเป็นชื่อผู้ชาย
“ขว..ด ขว..ด ขวด” !!
ขวดเป็นชื่อผมครับ ผมรู้สึกดีใจมาก เธอลืมตาขึ้นและยิ้มให้ผม
แก้วจำผมได้ครับ แต่เธอจำเรื่องระหว่างผมกับเธอไม่ได้ มาถึงตอนนี้ถึงแม้ว่าจะพบเจอกับเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันมาซ้ำสองแล้ว ผมไม่ยอมถอยหลังอีกแล้ว ถ้าเธอไม่มีทางที่จะเรียกเรื่องราวในอดีตกลับมาเองได้ ผมก็ต้องเป็นคนเรียกมันกลับมา พร้อมกับใส่เรื่องราวที่ดีๆ และใหม่ๆให้กับเธอ
อีก 2 อาทิตย์ แก้วออกจากโรงพยาบาลไปพักอยู่ที่บ้านน้าสาวของเธอ ผมก็ได้รู้ว่า เหตุผลที่แก้วกลับจากประเทศอังกฤษมาหนองคาย เพราะเธออยากจะมาพักผ่อน และอยากมาเยี่ยมบ้านเกิดของเธอ
ในทางกลับกัน ผมก็อยากจะไปที่ประเทศอังกฤษ ผมเป็นคนชอบฟังเพลงร๊อคฝั่งอังกฤษมาก แต่ความฝันจะไปทัวร์ยุโรปเพื่อชมเทศกาลดนตรี Glastonbury ซักครั้งในชีวิตคงต้องสลายกลายเป็นฝันกลางวันเพราะตังค์น้อยในตอนนี้ สิ่งๆนี้ ทำให้ผมคิดว่า เราต่างมีความต้องการที่ต่างกัน เธออยากจะไปที่หนึ่ง ผมอยากจะไปอีกที่หนึ่ง แต่ลึกๆในใจผมแล้ว ผมหวังว่าจะเจอแก้วที่นั่นเหมือนกัน ถ้ามีโอกาส
ไม่รู้ว่าการมาหนองคายของแก้ว เธอจะหวังที่จะเจอผมเหมือนกับที่ผมหวังจะเจอเธอที่อังกฤษไหม
ไม่กี่วันแก้วมีอาการที่ดีขึ้น แต่ความทรงจำของเธอยังไม่สามารถจำเรื่องราวในอดีตได้เลย ผมขออนุญาตน้าของแก้ว เพื่อพาแก้วไปในที่ๆเธอสามารถจะลืมเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอ และผมได้รับโอกาสพาแก้วไปเที่ยวที่ประเทศลาว เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพจิตใจของแก้ว เป็นประสบการณ์ครั้งที่ 2 ของการไปลาวที่สุดแสนพิเศษสำหรับผม
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เคยพาผมไปลาวด้วยครั้งแรก ด้วยการชมผ่านภาพยนตร์เรื่อง “สบายดี หลวงพระบาง” ผมรักภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ทำให้ผมหลงรักประเทศลาวทันที เราเดินทางถึงเวียงจันทน์และพักที่เกสต์เฮ้าท์ 1 คืน และเดินทางสู่หลวงพระบาง ด้วยการเดินทางผ่านโค้ง เพียง 3 โค้งเท่านั้น คือ โค้งซ้าย โค้งขวา และ โค้งอันตราย
การเดินทาง ชาวลาว ข้าวจี่ (ขนมปังไส้กุนเชียงและหมูยอ) เฝอ (ก๋วยเตี๋ยวลาว) และ เบียร์ลาว ที่หลวงพระบางทำให้ผมกับแก้วรู้สึก สบายดี มากจริงๆ
คืนสุดท้ายที่ประเทศลาว ผมอยู่กับแก้วที่ร้านอาหารริมแม่น้ำโขงที่เงียบสงัด บวกกับลมเย็นๆ ช่างทำบรรยากาศในคืนนี้ให้สุดแสนจะเป็นใจ มองไปรอบๆ หนุ่มสาววัยรุ่นชาวลาวทำให้หนุ่มสาววัยทำงานอย่างเราสองคนดูแก่ลงไปเยอะ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมสัมผัสได้ว่าแก้วดีขึ้นมาก เรารับประทานอาหารผลัดกับการสนทนาที่ไม่ค่อยถนัดปากนัก เพราะแก้วยังจำผมไม่ได้ดี หลังจากทานเสร็จผมเรียกบ๋อยมาเช็คบิล
ผมจ่ายเป็นเงินบาทไทย ไม่นานผมก็ได้รับเงินทอนเป็นเงินบาทไทยเช่นกัน ผมรับเงินทอน แต่ด้วยแรงของลมทำให้แบงค์ 20 บาท ปลิวไปที่หน้าตักของแก้ว เมื่อแก้วยื่นแบงค์นั้นให้ผมและมองไปที่แบงค์ สิ่งที่เธอเห็นนั้นทำให้แก้วนิ่งไปพักใหญ่ และทำให้เธอปวดหัวอย่างมาก ผมตกใจมาก เงินทอนปลิวลงตกน้ำไปหมด ซักพักเธออาการปวดหัวของแก้วก็ทุเลาลง มือเธอคลายแบงค์นั้นออก แบงค์ 20 นั้น มีชื่อแก้วและชื่อผม อยู่ที่มุมขวาล่าง
ผมจำได้ว่า แก้วเคยให้แบงค์ที่มีชื่อของเธอให้ผมรักษาไว้ เพราะผมเป็นคนที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เธอจึงได้ให้แบงค์นี้ไว้
“ ถ้าแบงค์นี้ถูกขวดใช้ไป ก็เท่ากับว่าเสียแก้วไปด้วย ” เธอเคยบอกผมไว้ แต่ผมกลับใช้มันไปหลังจากที่ผมเลิกกับเธอ เพราะเหตุผลโง่ๆบางอย่าง
และแน่นอน เธอจำได้เช่นกัน ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า เรื่องราวในอดีตจะย้อนกลับคืนมาได้หมดเพียงเพราะความทรงจำเล็กๆบางอย่าง ผมเคยได้ยินคนเขาพูดว่า ของที่คู่กันมันไม่แคล้วคลาดกันหรอก วันนี้ผมเริ่มจะเชื่อบ้างแล้ว ผมเสียสองสิ่งนี้ไป แต่ไม่น่าเชื่อที่วันนี้ผมได้ทั้งสองสิ่งนี้กลับคืนมาพร้อมกัน คืนนั้นเรานั่งคุยกันต่อจนเช้า และ เดินทางกลับพร้อมรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมในจิตใจ เหมือนช่วงๆแรกๆที่เราเคยรู้สึกมีความสุขร่วมกัน
2 วัน ต่อมา ผมพาแก้วไปเที่ยวรอบตัวจังหวัด 2 ต่อ 2
2 อาทิตย์ ต่อมา แก้วเดินทางกลับไปที่ประเทศอังกฤษ โดยมีผมไปส่งที่สนามบิน
2 เดือนต่อมา แก้วส่งของขวัญมาให้ผมในวันเกิดของผม
2 ปี ต่อมา …. ผมเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ เพื่อดูงาน และได้พบกับแก้ว อีกครั้ง …
ความรู้สึกได้อย่างเสียอย่าง เมื่อครั้งที่ “ได้” อยู่คนเดียวเพราะต้อง “เสีย” เธอไปเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ผมก็ “ได้” เจอเธออีกครั้งใน 2 ปี ต่อมา หลายคนบอกเมื่อ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง จริงครับที่เขาพูด หากเรายึดติดกับประโยคนั้น แต่สำหรับผมตอนนี้ คำสี่พยางค์นั้นไม่สามารถเป็นกรอบปิดกั้นตัวผมได้ ต่อจากวันนี้ไปผมจะทำให้ “ได้อย่าง” และพยายามไม่ให้ “เสียสักอย่าง” ให้ได้
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ : BozKrisana 2009
edit @ 16 Nov 2011 11:31:19 by Boz
edit @ 16 Nov 2011 11:31:57 by Boz
edit @ 16 Nov 2011 11:46:44 by BozKrisana